ฟุตบอลซีเกมส์

ที่สุดของฟุตบอลไทยในซีเกมส์

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2502 หรือในชื่อเดิมว่า “กีฬาแหลมทอง” หรือ “เซียพเกมส์” ถ้าหากนับอายุของมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุด ของชาวอาเซียนแล้ว ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 60 พอดี และแน่นอนว่า การแข่งขันฟุตบอล ก็เป็นหนึ่งในประเภทกีฬา ที่ถูกบรรจุเข้าแข่งขัน ตั้งแต่ครั้งแรก มาจนถึงปัจุบัน

เราจะมาดูกันว่า สถิติแรกสุดและเกียติประวัติ ที่สำคัญของทีมชาติไทย ในฟุตบอลรายการนี้ มีอะไรบ้าง

เกมนัดแรก

หลังจากที่ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งแรก ฟุตบอลทีมชาติไทยลงสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2502 พบกับทีมชาติ เวียดนามใต้ (ในสมัยนั้นประเทศเวียดนามยังแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วน ก่อนจะมารวมประเทศในภายหลัง) แต่ทีมชาติไทยแม้จะลงเล่นในบ้านก็ไม่อาจต้านทานเวียดนามใต้ที่ถือว่าเป็นทีมแกร่งของภูมิภาคในยุคนั้น ก่อนจะพ่ายไปขาดลอย 0-4 และสุดท้ายเวียดนามใต้ก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์สมัยแรกไปครองได้

แฮตทริกคนแรก

หลังจากผ่านการแข่งขันซีเกมส์ครั้งแรกที่เมืองไทย ในครั้งต่อมาจัดขึ้นที่ประเทศเมียนมาร์ โดยในหนนี้เองนักเตะไทยคนแรกที่สามารถยิงแฮตทริกได้คือ “ยรรยง ณ หนองคาย” โดยทำได้ในเกมที่ไทยถล่มลาว 5-2เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2504

ยรรยง ณ หนองคาย
ยรรยง ณ หนองคาย

ชัยชนะนัดแรก

ถัดจากการพ่ายแพ้ต่อเวียดนามใต้เพียงวันเดียว ทีมชาติไทยก็ลงสนามเป็นนัดที่สอง พบกับทีมชาติมาเลเซีย และนัดนี้ นักเตะแดนสยามก็รวมพลังคว้าชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ โดยไล่ยิงนักเตะเสือเหลืองไป 3-4

ประตูแรก

จากชัยชนะเหนือมาเลเซีย 3-1 เกมนัดนั้น ทีมไทยถูกนำไปก่อน แต่ อนุรัฐ ณ นคร มายิงประตูตีเสมอได้ 1-1 ก่อนที่ไทยจะเป็นฝ่ายพลิกแซง และชนะไปได้ 3-1 ทำให้ “อนุรัฐ ณ นคร” กลายเป็นนักเตะคนแรก ที่บันทึกประวัติศาสตร์ยิงประตูให้ทีมชาติไทยในฟุตบอลซีเกมส์

เหรียญทองครั้งแรก

ทีมชาติไทย เข้าแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยสองครั้งก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทยได้เพียงรองแชมป์ในซีเกมส์ครั้งแรก และตกรอบรองชนะเลิศในซีเกมส์ครั้งที่สอง โดยหนที่สามนี้ นักเตะทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองครั้งแรกได้สำเร็จ หลังจากที่เสมอกับเมียนมาร์ในนัดชิงชนะเลิศ 2-2 และสมัยนี้ ยังไม่มีกฎการต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษ จึงทำให้ทั้งสองทีม ได้ครองแชมป์ร่วมกัน นับเป็นเหรียญทองฟุตบอลในซีเกมส์ครั้งแรก ของทีมชาติไทย

เหรียญทองทีมเดียวครั้งแรก

หลังจากการคว้าเหรียญทองร่วมกับเมียนมาร์ในปี พ.ศ. 2508 ซีเกมส์อีกสี่สมัยต่อมา ทีมชาติไทยไม่เคยคว้าเหรียญทองได้อีกเลย และนับเป็นยุคความยิ่งใหญ่ของเมียนมาร์ เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด นับเป็นชาติแรกที่นอกจากป้องกันแชมป์ได้แล้ว ยังคว้าแชมป์ได้ถึง 5 สมัยติดต่อกัน

จนการแข่งขันครั้งที่ 8 ได้กลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2518 และครั้งนี้ ยังเป็นครั้งสุดท้าย ที่ใช่ชื่อการแข่งขันว่า “เซียพเกมส์” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “ซีเกมส์” ในครั้งต่อมา และหนนี้เอง ที่ทีมชาติไทยสามารถคว้าเหรียญทองได้อีกครั้ง จากการเฉือนชนะมาเลเซียในนัดชิงชนะเลิศ 2-1 นับเป็นการคว้าแชมป์แบบทีมเดียวครั้งแรก หลังจากเคยได้แชมป์ร่วมกับเมียนมาร์มาก่อนหน้านี้

แชมป์จำกัดอายุครั้งแรก

นับตั้งแต่ที่ซีเกมส์จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2502 การแข่งขันกีฬาฟุตบอล นับเป็นไฮไลท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวอาเซียน เพราะในสมัยนั้น ยังไม่มีการจำกัดอายุ จึงทำให้ทุกประเทศ ส่งนักเตะที่ดีที่สุดของตัวเองมาร่วมแข่งขัน เพื่อหวังคว้าเหรียญทองกลับไปให้ได้ จนกระทั้งในปี พ.ศ.2544 ได้มีการจัดปรับรูปแบบอายุนักเตะที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยเป็นครั้งแรกที่จำกัดอายุนักเตะที่เข้าแข่งขันจะต้องไม่เกิน 23 ปี

และทีมชาติไทย ก็กลายเป็นชาติแรก ที่สามารถคว้าเหรียญทองได้ จากการปรับอายุครั้งนี้ โดยนัดชิงชนะเลิศ เฉือนชนะเจ้าภาพมาเลเซียไป 1-0 ท่ามกลางแฟนบอลกว่าหนึ่งแสนคน

คนแรกที่ได้แชมป์ในฐานะนักเตะและโค้ช

“ยรรยง ณ หนองคาย” นอกจากจะเป็นผู้บันทึกสถิติยิงแฮตทริกเป็นคนแรกให้ทีมชาติไทยในซีเกมส์แล้ว ตำนานลูกหนังท่านนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทองได้ทั้งการเป็นนักเตะและโค้ช โดยสามารถคว้าเหรียญทองได้เมื่อครั้งยังเป็นนักเตะในชุดแชมป์ซีเกมส์ครั้งแรกของไทย ปี พ.ศ.2508 ก่อนจะมาเป็นเฮดโค้ชคุมทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในปี พ.ศ.2526

นอกจากยรรยง ณ หนองคาย แล้วยังมีอีก 4 คนที่สามารถสร้างสถิติดังกล่าวได้ในเวลาต่อมาคือ วิทยา เลาหกุล,เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง,โชคทวี พรหมรัตน์ และวรวุธ ศรีมะฆะ

เจ้าแห่งฟุตบอลซีเกมส์

ดาราเอเชีย ทีมชาติไทย

บทสรุปจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ทั้งหมด 29 ครั้ง ทีมชาติไทยผงาดครองความเป็นมหาอำนาจลูกหนังในย่านนี้เมื่อคว้าเหรียญทองไปได้ถึง 16 สมัย ทิ้งห่างชาติอื่นๆ อย่างขาดลอย โดยมาเลเซียเป็นชาติอันดับที่ 2 ที่ทำได้ 6 สมัย และเมียนมาร์อันดับที่ 3 ได้ 5 สมัย


UFABET เว็บพนันฟุตบอลอันดับ 1 ของประเทศไทย

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *