เคนนี่ ดัลกลิช, ลิเวอร์พูล, แอนฟิลด์

เคนนี่ ดัลกลิช ราชาแห่ง แอนฟิลด์

หากจะกล่าวถึง เจ้าของเสื้อหมายเลข 7 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในตำนานของสโมสร ลิเวอร์พูล หรือถิ่น แอนฟิลด์ คำตอบต้องเป็นเขาคนนี้ เคนนี่ ดัลกลิช หรือ คิง เคนนี่

นี่คือนักเตะ ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งตอนเป็นนักเตะ และผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล ตลอดเวลากว่าทศวรรษ ที่อยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ถึงสองสมัย กระทั่งปัจจุบันที่ ดำรงตำแหน่งเป็นทูตสโมสร

ดาวเตะจากกลาสโกว์ เคยมาทดสอบฝีเท้ากับ ลิเวอร์พูล แล้วหนึ่งครั้ง ย้อน หลังไปเมื่อปี 1966 สมัยยอดกุนซือ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ขณะวัยเพียง 15 ปี ทำให้ เคนนี่ ดัลกลิช ยังไม่ได้ย้ายมาสู่ แอนฟิลด์ อย่างเป็นทางการในตอนนั้น

กระทั่งอีก 11 ปีให้หลัง บอร์ดบริหาร ลิเวอร์พูล จึงไฟเขียวให้ บ็อบ เพสลี่ย์ กุนซือคนต่อมา ดึงตัว เคนนี่ มาจาก กลาสโกว์ เซลติก ด้วยค่าตัว 440,000 ปอนด์ เพื่อแทน เควิน คีแกน ยอดหัวหอก ทีมชาติอังกฤษ ที่อำลาไปอยู่เยอรมัน กับฮัมบูร์ก

เพสลี่ย์ให้ความสนใจในตัวกองหน้าชาวสกอตแลนด์มาพักใหญ่ โดย เลอร์ ฟรานซิส หัวหอกทีมชาติอังกฤษ ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ เลียม ดู ดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ของ อาร์เซน่อล ตกเป็นข่าวด้วย

ทว่าในหัวของ เพสลี่ย์ นั้นมีเพียงชื่อของ เคนนี่ เพียงคนเดียว ที่จะเข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญของทีม

ลิเวอร์พูล มีเวลาไม่กี่วัน ก่อนเส้นตาย ที่จะส่งชื่อนักเตะไปป้องกัน แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ในวันที่ 15 ส.ค. 1977 แต่ด้วยสัมพันธ์อันดีกับ จ็อค สตีน กุนซื้อของเซลติก ในที่สุด เคนนี่ จึงได้จรดปากกา เซ็นสัญญากับ “หงส์แดง” ทันเวลา หลังจากที่บอกกับ สตีน ว่า อยากแสวงหาความท้าทายใหม่ และยอดกุนซือชาวสกอตต์ ก็ยอมรับการตัดสินใจของ เคนนี่

ในด้านการลงทุน เม็ดเงิน 440,000 ปอนด์ในสมัยนั้น คือสถิติย้ายทีม แพงที่สุดระหว่างสโมสร ในสหราชอาณาจักร แต่ ลิเวอร์พูล มีเงินสำรองจากการปล่อย เควิน คีแกน ให้ ฮัมบูร์ก 500,000 ปอนด์ แถมเหลือเงินอีกก้อนหนึ่งด้วยซ้ำ

จอห์น สมิธ ประธานสโมสรในขณะนั้น กล่าวอย่างมั่นใจว่า นี่คือการซื้อนักเตะ ที่คุ้มสุดในประวัติศาสตร์ แต่กระนั้นก็ดี สถิติอันยอดเยี่ยม ในลีกสกอตแลนด์ ด้วยการซัลโวกว่าร้อยประตู ก็ยังทำให้หลายคน ก็ยังสงสัยว่า เขาจะมาแทน “คิงเคฟ” ได้หรือไม่

ช่วงไม่กี่เดือนระหว่างนั้น เพสลี่ย์ ยังกระชากตัว อลัน แฮนเซ่น ปราการหลังวัย 21 จากแดน วิสกี้ ด้วยค่าตัว 100,000 ปอนด์ จาก พาร์ทิค ธิสเซิ่ล ตามด้วย แกรม ซูเนสส์ มิดฟิลด์เท้าหนักจากมิดเดิ้ลสโบรช์ ตอนต้นปี 1978 ด้วยต้นทุน 352,000 ปอนด์ ซึ่งต่อมากลายเป็น แกนหลักของทีม เช่นเดียวกับ เคนนี่ ดัลกลิช นั่นเอง

แค่ฤดูกาลแรก ยอดกองหน้าแดนวิสกี้ ก็ผลิตผลงานเอก ด้วยการทำสถิติ ยิงประตูสูงสุดให้สโมสร พร้อมกันนั้น เขายังหวดประตูชัยเหนือ คลับ บรูช ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ 1978 ที่เวมบลีย์

เคนนี่ ดัลกลิช กลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในแนวรุกของ เพสลี่ย์ ทั้งจังหวะการทำสกอร์ และแทงบอลอย่างชาญฉลาด ซึ่งต่อมา ทำให้เขามีสถิติในถิ่น แอนฟิลด์ ถึง 172 ประตูนั่นเอง

เคนนี่ ดัลกลิช สู่ฉายา คิง เคนนี่

เคนนี่ ดัลกลิช, ลิเวอร์พูล, แอนฟิลด์

เจ้าของฉายา “คิง เคนนี่” ยังจับมือกับ เอียน รัช หัวหอกชาวเวลส์ ในช่วงต้นยุค 80 กลายเป็นคู่หูสังหาร ที่ทรงประสิทธิภาพที่ สุดในลีก และยุโรป จนมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ในปี 1985 หลังโศกนาฏกรรมที่ ไฮย์เซล สเตเดี้ยม ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ กับ ยูเวนตุส กุนซื่อ โจ เฟแกน ประกาศวางมือในช่วงหน้าร้อน และส่งมอบภารกิจใหม่ให้ คิง เคนนี่ เป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม แทน

นั่นคือภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง ของนักเตะวัย 34 ปี แต่ เคนนี่ ดัลกลิช ก็แสดงฝีมือการคุมทีม ได้ไม่ด้อยกว่า ยามโลดแล่นในสนามเช่นกัน

ฤดูกาล 1985 – 86 เคนนี่ นำ ลิเวอร์พูล เร่งเครื่องแซง เอฟเวอร์ตัน คว้าแชมป์ลีก ดิวิชั่น 1 ไปครอง รวมทั้ง การซัลโวประตูสาคัญ ในนัดสุดท้าย ที่ออกไปเยือน เชลซี และยังนำทีม กำชัยใน เอฟเอคัพ นัดชิง เหนือทอฟฟี่สีน้ำเงิน ด้วยสกอร์ 3-1 เป็น ดับเบิลแชมป์ สมัยแรกอย่างยิ่งใหญ่

เขายังสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เมื่อ เอียน รัช อำลาไปอยู่ ยูเวนตุส ด้วยการสร้างแนวรุก ที่ประกอบด้วย ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์, จอห์น บาร์นส์ และ จอห์น อัลดริดจ์ จนได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในทีม ที่เอนเตอร์เทนแฟนบอลได้ดีที่สุดในถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนจบที่ตำแหน่งแชมป์ลีกอีกครั้ง ในฤดูกาล 1987 – 88 แต่น่าเสียดายที่ไปแพ้ วิมเบิลดัน แบบพลิกล็อก ในนัดชิง เอฟเอ คัพ ปีเดียวกัน

About the author